บ้านสไตล์วิกตอเรียน

บ้านสไตล์วิกตอเรียน

บ้านสไตล์วิกตอเรียน

บ้านสไตล์วิกตอเรียน การเปิดเผยแพร่แนวความคิดทางด้านวัฒนธรรมผ่านงานสถาปัตยกรรมมีให้มองเห็นทั่วทั้งโลก พวกเราก็เลยเจอบ้านสไตล์ประเทศญี่ปุ่นในไทย บ้านเขตร้อนแบบไทยในประเทศออสเตรเลีย หรือบ้านไตล์ประเทศสเปนในอเมริกา บ้านข้างหลังนี้ก็เช่นเดียวกัน เป็นโปรเจ็คการเปลี่ยนแปลงที่พักที่อาศัยเก่าสไตล์ประเทศสเปน เป็นแบบอย่างที่นิยมสร้างในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา (ตอนปีคริสต์ศักราช 1930) ในพื้นที่ Mar Vista ของลอสแองเจลิส อเมริกา ซึ่งดีไซน์เนอร์บากบั่นอาจจะกลิ่นของบ้านเกิดเอาไว้ผ่านอุปกรณ์และก็การตกแต่ง ในช่วงเวลาที่เพิ่มความนำสมัยในด้านฟังก์ชันการใช้แรงงานให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตในตอนนี้ บ้าน

บ้านชั้นเดี่ยวสไตล์ประเทศสเปนฝาผนังฉาบแบบ stucco อาจต้นแบบหน้าต่างเหล็กโบราณดัดทรงโค้งขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงห้องรับแขกกว้างๆต่อหน้าต่างอย่างงี้มีชื่เรียกว่า Eyelid windows หรือที่มีความหมายว่า “กลีบตา” เพราะว่ารูปร่างโค้งๆเหมือนดวงตาขนาดใหญ่ที่ให้ทัศนียภาพลานหน้าบ้านได้เต็มตา แล้วก็ประตูไม้ที่ปรับเปลี่ยนมาจากไม้แบบบ้านนอก เพิ่มสิ่งที่ทำให้ดำรงชีวิตสบายรวมทั้งสอดคล้องกับการใช้แรงงานมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นหลักที่ใช้สอยด้านในหรือพื้นที่ดำเนินชีวิตที่โล่งแจ้ง

บ้านสไตล์วิกตอเรียน

ในห้องรับแขกข้างชุดโซฟาดีไซน์ช่องแสงสว่างแนวขนานเป็นช่องๆบนฝาผนังช่วยทำให้แสงสว่างธรรมชาติไปสู่พื้นที่ได้มากขึ้น รวมทั้งเพิ่มเติมมิติของเงาลงบนพื้นแล้วก็ผิวฝาผนังที่เปลี่ยนรูปร่างไปตามการเดินทางของแสงสว่าง ด้วยความสูงของช่องแสงสว่างนี้ทำให้สามารถดึงวิวของต้นเฟื่องฟ้าสีชมพูสดข้างนอกเข้ามาเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของบ้าน

ต่อจากห้องรับแขกจะมีซุ้มประตูมุมมนๆนำเข้าสู่ห้องทานอาหาร เป็นการจัดรูปร่างบ้านใหม่โดยไม่ทำให้มีความรู้สึกว่าถูกผายลมขาดออกมาจากกัน รวมทั้งยังมีผลให้บ้านมีความเกี่ยวเนื่องมองไม่แคบ มุมนี้มีชุดโต๊ะกินอาหารไม้วางแบบมองอบอุ่นบ้านๆเก๋ตรงเก้าอี้ยาวทำมาจากทุ่นไม้ขนาใหญ่ข้างล่างมีล้อสามารถเปลี่ยนที่ได้ ข้างหลังห้องนี้มีฉากไม้ระแนงกันโซนห้องครัวให้เป็นสัดส่วนอยู่ข้างหลัง

ห้องนอนเป็นพื้นที่โปรดที่สุดของบ้านนี้ ด้วยความโล่งเตียน ความอบอุ่น ที่เชื้อเชิญบรรเทา ทุกก้าวอบอุ่นจากพื้นที่ปูด้วยไม้สีแก่ ฝาผนังที่เปิดกว้างด้วยช่องแสงสี่เหลี่ยมกรอบเหล็กสีดำตีตารางเป็นช่องๆขนาดใหญ่ เปิดรับวิสัยทัศน์ของพื้นที่ธรรมชาติรวมทั้งเฉลียงไม้ในสวนภายนอก เสมือนมีเกมส์ puzzle ตัวต่อภาพต้นไม้ขนาดใหญ่เป็นผนัง ซึ่งดีไซน์โดย Peggy Hsu บนฝาผนังอีกด้านตกแต่งแผ่นไม้เก่าตกแต่งงานศิลปะ โดย Chris McCullough

ห้องน้ำที่คุณจะได้ทราบสึกสนิทสนมธรรมชาติผ่านช่องแสงสว่างสกายไลท์ขนาดใหญ่ด้านบน เมื่อแหงนหน้าขึ้นจะเจอกับฟ้าสีครามช่วงเวลากลางวัน และก็แลเห็นความระยิบของดวงดาวในตอนเวลาค่ำ เพิ่มเติมความสุนทรีในเมื่อใดก็ตามแช่ตัวในอ่างน้ำ ที่เลือกใช้ออกแบบแบบโบราณรวมทั้งก๊อกแบบติดฝาผนังที่มาพร้อมถาดสบู่ที่นิยมใช้ในสมัย 1920

จากที่ตัวบ้านไม่มีพื้นที่ใช้งานที่โล่งแจ้ง คณะทำงานปูเฉลียงไม้ยกสูงต่างๆระดับเชื่อมต่อจากห้องนอนออกมาเป็นห้องรับแขก out door ส่วนตัว ที่สร้างความเกี่ยวเนื่องอออกมายังสวนพร้อมเตาไฟรวมทั้งทางเท้าในสวน ทำให้การใช้แรงงานด้านในข้างนอกสบายลื่นไหล ได้สนิทสนมธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น

สถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงผลักดันจากอังกฤษนั้นแพร่หลายมากมายในสหรัฐฯ ซึ่งจะถูกเรียกว่า “วัวโลเนียล” แม้กระนั้นอิทธิพลของชาติอื่นก็มีมองเห็นได้ทั่วทั้งประเทศ ดังเช่นว่า บ้านสไตล์ประเทศสเปนที่ถูกผลิตขึ้นทีแรกในเขตที่ชาวประเทศสเปนมาตั้งภูมิลำเนาเป็น ฟลอริดา แคลิฟอร์เนีย ตั้งแต่ตอนทศวรรษ 1600 ถึงกลางปี คริสต์ศักราช 1800 บ้านสไตล์ประเทศสเปนเป็นอีกหนึ่งต้นแบบบ้านที่มีเอกลักษณ์ กับลักษณะของเส้นโค้ง การฉาบฝาผนังด้วยสไตล์ stucco ที่ให้ลวดลายของฝาผนังแบบไม่เรียบ (Stucco texture) หลังคากระเบื้องสีแดง ใส่ลูกเล่นเพื่อช่วยสร้างบรรยากาศความมีชีวิตชีวา Phuket Villas

บ้านโมเดิร์นสองชั้น

หลายๆครั้งที่เจ้าของบ้านมีความคิดว่าต้องการออกไปนั่งพักผ่อน เดินเที่ยวในสวนที่โล่งแจ้ง แต่ว่ามีความคิดว่าเข้าถึงยาก อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีฝาผนัง ประตูกัน ไหมมีพื้นที่ให้เลี่ยงแดด คิดไปคิดมาก็ตกลงใจไม่ออกไปเมืองนอกบ้านดีดว่า นานวันเข้าสวนก็เปลี่ยนเป็นเสมือนส่วนเกินของบ้าน คนก็แยกออกมาจากสวน พื้นที่ที่สร้างเอาไว้ให้ออกมาทำกิจกรรมก็มองไร้ประโยชน์ นี่ก็เลยเป็นสาเหตุของการออกแบบบ้านยุคสมัยใหม่ที่ย้ำไปที่การผลิตความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงระหว่างบ้านแล้วก็สวนเยอะขึ้น เพื่อบ้าน คน แล้วก็สวนได้ใช้ประโยชน์ด้วยกันได้อย่างแท้จริง

บ้านอุปกรณ์ปกติแต่ว่าสัมผัสหัวใจสบายตา

แสงสว่าง ความง่ายๆ รวมทั้งอุปกรณ์ไม่กี่อย่างเป็นส่วนประกอบที่ไม่สลับซับซ้อน เป็นแถวทางสำหรับที่พักอาศัยขนาด 278.7 ตารางเมตร ในแคลิฟอร์เนีย เมืองที่การพักผ่อนของอเมริกา การออกแบบทำด้วยความนับถือในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งจำนวนมากมีบ้านสไตล์ประเทศสเปนในตอนทศวรรษที่ 1940 ขนาดแล้วก็วางแบบก็เลยมองถ่อมตนเข้ากันได้ ข้างหน้าออกจะปิดเพื่อความเป็นส่วนตัว แม้กระนั้นด้านในจะโปร่งแล้วก็สว่างกว่า มีสนามกว้างๆสระว่ายน้ำกำเนิดบรรยากาศการพักผ่อนหย่อนใจร่วมยุคในสิ่งแวดล้อมในเมืองนี้

บ้านสไตล์วิกตอเรียน

ปากทางเข้าบ้านต้อนรับด้วยความอบอุ่นของประตูไม้บานใหญ่แบบ oversize สไตล์โมเดิร์นติดมือจับใหญ่ๆให้สมดุลกัน รเข้าไปภายในเป็นหลักที่รับรองแขกแล้วก็นั่งพักผ่อนตกแต่งโทนสีกลางอย่างสีขาว สีเทา แล้วก็งานไม้ มองสบายตา

ทุกด้านแลเห็นทิวทัศน์ มีบันไดเป็นจุดโฟกัส

ในพื้นที่ใช้สอยหลักด้านล่างมีห้องรับแขก ห้องกินข้าว ห้องครัว ซึ่งจะมีประตูกระจกบานใหญ่เปิดออกให้แลเห็นสนามได้ด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งก็เป็นฝาผนังกระจก ซึ่งจะปฏิบัติหน้าที่รับแสงสว่างและก็เบลอขอบเขตเชื่อมโยงส่วนประกอบด้านในข้างนอกเข้าด้วยกัน สามารถซึมการเปลี่ยนแปลงของฤดูได้ครบ

จุดโฟกัสสายตาอยู่ที่บันไดไม้วอลนัทที่ลอยตัวอยู่กึ่งกลางคอนกรีตสีเทาดิบๆมีแผงกันตกกระจกใสๆไม่มีปัญหากันสายตา ก็เลยแปลงเป็นประติมากรรมอยู่ติดฝาผนัง ตัวฝาผนังสูง 2 ชั้นติดกระจกใสถึงเพดานเป็นตัวระบุห้อง ได้อย่างง่ายดายเพิ่มความรู้สึกของพื้นที่ที่โล่งแจ้งรวมทั้งให้ภาพหลอนของบ้านที่ใหญ่มากยิ่งกว่ามากมายที่เป็นจริง ตอนที่ได้ใช้ประโยชน์จากลักษณะอากาศของแคลิฟอร์เนียอย่างมาก

โทนสีกลางเรียบแม้กระนั้นชักชวนให้เกิดความผ่อนคลาย

สีโทนกลางปะเภทสีเทาอมน้ำตาล สีน้ำตาลอมแดง และก็สีทราย โดยมากจะใช้ในเป็นหลักข้างหลังในงานดีไซน์ ซึ่งจะใช้คู่กับสีที่มองสว่างกว่าอย่างสีขาว สีเทา สีกลุ่มนี้ทำให้มองมีรสนิยมมองดูได้นานๆกำเนิดเป็นความติดใจที่เชื้อเชิญ ให้สบายตา พอใจ เหมาะสมกับการใช้ในห้องนอน ห้องกินข้าว ห้องรับแขก ที่ปรารถนาความบรรเทา

ข้างบนมีห้องบริหารร่างกาย โฮมสถานที่ทำงาน และก็ห้องสวีทสองห้องนอนที่ยังคงธีมสีอ่อนๆกลางเพื่อเหมาะสมกับการพักผ่อนหย่อนใจ ถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่ง ซึ่งสามารถ รับทิวทัศน์ทิวภาพ ของเมืองได้ดิบได้ดีที่สุด คนเขียนแบบก็เลยทำบานประตูกระจกใสเลื่อนเปิดรับบรรยากาศมีชีวิตชีวาได้สุดกำลัง แล้วก็ทำเฉลียงยื่นออกไปให้ชื่นชอบภูมิทัศน์ได้สนิทสนมเพิ่มขึ้น

เปิดกว้างชักชวนให้ออกมาเดินเที่ยวแต่ละวัน

รอบๆข้างหลังบ้านจะมองเห็นความโปร่งสบายคนละอารมณ์กับหน้าบ้าน ด้วยช่องเปิดขนาดใหญ่รวมทั้งสีอ่อนๆทำให้บ้านมองมีอิสระรวมทั้งเป็นมิตร จากลานปากทางเข้าส่วนตัวมีสระที่บรรเทาและก็สนามเขียวๆตัวตึกมีระเบียงยื่นออกมาเป็นเหมือนชายคาคุ้มครองปกป้องพื้นที่ข้างล่างจากแดดฝน พร้อมรับการออกมาสูดอากาศที่มีชีวิตชีวาของแคลิฟอร์เนียได้อย่างลื่นไหล ส่วนประกอบของบ้านทุกส่วนที่ประกอบกันโชว์ให้มีความคิดเห็นว่าในความธรรมดา ของบ้าน ก็มีความมั่นคง ที่ทรงประสิทธิภาพ และก็การสะท้อนความสงบเงียบในครั้งเดียว บ้าน

การใส่ระดับความเป็นส่วนตัวให้บ้านเป็นสิ่งหนึ่งที่เจ้าของบ้านควรจะเอาใจใส่ สำหรับบ้านที่ต้องการที่จะให้บ้านมองปิดแม้กระนั้นไม่ตัดขาดจากชุมชน บางทีอาจเลือกใส่ ฟาซาดหรือ เปลือกบ้านเป็นช่องลมโปร่งๆสลับทึบ เพื่อบ้านรับแสงสว่างรวมทั้งลมได้เวลาที่ขวางสายตาจากบุคคล ข้างนอก ส่วนข้างในหรือข้างหลังที่ไม่ชิดกับตึกอื่นๆบางครั้งอาจจะใช้ฝาผนังกระจกให้รู้สึกสดใสรวมทั้งโล่งกว้างกว่าขยับขยายการมองมองเห็นให้ทะลุออกไปด้านนอก ทำให้เกิดความรู้สึกว่าพื้นที่ในบ้านกว้างใหญ่เพิ่มขึ้น และก็ทำให้บ้านมองมีอิสรภาพเพิ่มมากขึ้นอย่างเป็นส่วนตัว

รีโนเวทบ้าน

การเปลี่ยนแปลง เกิดเรื่องที่ เกิดขึ้นได้ตลอดระยะเวลา วันหนึ่งสิ่งที่พวกเรามีความรู้สึกว่าดีอยู่แล้วในวันก่อน มาถึงวันนี้ บางครั้งก็อาจจะมีความรู้สึกว่าดีไม่เพียงพอ บ้านก็เช่นกัน ในสมัยหนึ่งฟังก์ชัน ด้านนอก ด้านใน บางทีอาจตอบปัญหา การใช้ชีวิตได้ ตามความเหมาะสม แต่ว่าเวลาผ่านไปไลฟ์ สไตล์ เปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง บ้านข้างหลังเดิมบางทีอาจจำต้องเพิ่มหรือลดอะไรบางอย่าง ให้กับผู้อาศัยเยอะที่สุด

Garden House เป็นเลิศในโปรเจ็คการปรับปรุงแก้ไขบ้านเก่าให้ออกมารูปแบบที่ไม่เหมือนกันกับเดิมโดยมีการจัดภูมิทัศน์ใหม่ จุดหมายของบ้านข้างหลังนี้เป็นการเปิดเข้าไปด้านในแล้วรู้สึกถึงความสบายมีอิสรภาพ มีห้องที่เชื่อมต่อการใช้แรงงานลื่นไหลแล้วก็สมาคมอย่างใกล้ชิดกับพื้นที่ที่โล่งแจ้งบริเวณบ้านได้มากขึ้น

ห้องรับแขกเชื่อมต่อห้องครัว

พวกเรามั่นใจว่าหลายๆคนมีภาพฝันของบ้านที่อยากได้ จำเป็นจะต้องจัดแบบแปลนให้รู้สึกโปร่ง โล่งเตียน มุมมองมีอิสรภาพผิดบีบอัดด้วยฝาผนังทึบๆแต่ละฟังก์ชัน มีความเชื่อมโยง สามารถเดินทางขยับเขยื้อนจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่งได้ง่าย ซึ่งขึ้นกับการวางแบบช่องเปิด แล้วก็การจัดแบบแปลนบ้านที่นิยมแบบ open plan เพื่อใช้งานไม่สะดุดรวมทั้งความมัธยัสถ์พื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ใช้งานสำคัญๆสาธารณะของครอบครัว เช่น ห้องรับแขก รับประทานข้าว และก็ห้องครัว ที่ชอบถูกรวบเข้าไว้ที่เดียว บทความนี้”บ้านไอเดีย” มีสไตล์การแต่งครัวเปิดที่สร้างพื้นที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ใกล้เคียงอื่นๆ

บ้านสไตล์วิกตอเรียน

ตึกสองรุ่นถัดมานี้ตั้งอยู่ Barkly ออสเตรเลีย เป็นส่วนต่อเพิ่มเติมของบ้านสไตล์วิกตอเรียนสุดคลาสสิกที่ข้างหน้า เจ้าของบ้านอยากได้การแก้ไขใหม่ทั้งปวง ปัญหาเป็นพื้นที่สำหรับดำเนินชีวิตกล้วยๆที่โดนแสงธรรมชาติ เต็มกำลัง ซึ่งการใส่ฟังก์ชันแต่ละจุดจะได้รับการใคร่ครวญให้ถี่ถ้วน ไม่เฉพาะแต่ให้การใช้งานที่จำต้องสบายแค่นั้น แม้กระนั้นยังรวมทั้งการใส่ฟังก์ชันที่ตอบปัญหาความมากมายหลาย มีความยืดหยุ่น และก็เนื้อหาของอุปกรณ์ โทนสี ที่จัดไว้อย่างงดงามด้วย

จากสวนหลังบ้านจะเชื่อมต่อไปสู่ด้านในผ่านประตูกระจก ที่เปิดออกได้กว้าง พื้นที่แรกที่จำต้องแวะเป็นมุมนั่งพักผ่อนกว้างๆที่เลือกชุดสี แล้วก็อุปกรณ์ ไม้ให้ความรู้ความเข้าใจสึก เป็นธรรมชาติ อบอุ่น น่าสนใจหัวใจ ไม่เพียงเท่านั้น สเปซที่เต็มไปด้วยความโปร่งสบาย โซฟายาว ตัวใหญ่สีน้ำเงิน อาร์มแชร์ครึ้มนุ่มสีเทา จะก่อให้รู้สึกต้องการนั่งนี้นานๆไม่ต้องเร่งร้อนออกไปไหน ต่อจากส่วนนี้จะเป็นหลักที่เล่นระดับนำทางไปสู่ฟังก์ชันครัว บ้านสไตล์คันทรี

การใช้แนวทางเล่นระดับบ้านให้มีความแตกต่าง เป็นอีกหนึ่งทริกดีๆที่นักออกแบบนิยมใช้สำหรับการบอกถึงขอบเขตที่กำลัง จะเปลี่ยนแปลงของฟังก์ชัน โดยที่ไม่ต้องใช้การก่อฝาผนัง ทึบเสมือนบ้านทั่วๆไป ซึ่งจะมีผลให้บ้านถูกขัดขวางทั้งยังถนนหนทาง การเดินทาง ของแสงสว่างแล้วก็ลม รวมทั้งทำให้บ้านมองแคบ ยิ่งไปกว่านี้จะสังเกตว่า ทุกช่อง ของแต่ละฟังก์ชัน สามารถเข้าถึงทิวทัศน์ และก็แสงสว่างธรรมชาติได้โดยตรงแบบ ไม่ปลดปล่อยจังหวะทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นฝาผนังเปิดข้างหลัง บ้านชิดกับสนาม บานเฟี้ยมข้างๆใกล้กับคอร์ทเล็กๆและก็ช่องแสงสว่างเหนือ ให้มุมมองฟ้า ให้ความรู้ความเข้าใจสึกชื่นบานกระปรี้กระเปร่าไม่ว่าจะเป็นตอนๆเวลาไหนของวัน

ครัวที่ขยายออกไปสู่สวนน้ำที่โล่งแจ้ง วางแบบให้มีม้านั่งปูกระเบื้องเข้ามาเล่นเป็นอีกพื้นที่หนึ่งสำหรับคบหาสมาคม และก็ตอบโต้กัน ในตอนที่อยู่รวมกันบริเวณม้านั่งตรงไอสแลนด์ เหนือโต๊ะเตรียมอาหารยังมี Skylight ที่รับแสงสว่างเข้ามาข้างในจากหลังคาตรงๆก็เลยเกือบจะไม่มีความจำเป็นที่ต้องเปิดไฟฟ้าส่องสว่างในกลางวัน

มุมมองจากข้างในจะเห็นภาพรวมที่มีความเชื่อมต่อ เสมือนเป็นสเปซ เดียวกัน ทั้งสิ้น ทุกคนในครอบครัวสามารถเข้ามาใช้งานพร้อมเพียงกันได้โดย ไม่มีผู้ใดถูกตัดขาด รอบบ้านเต็มไปด้วยลมแล้วก็แสงสว่างซึ่งมองสบายเหมาะสมกับเมืองที่อากาศเย็นๆสำหรับบ้านพวกเรา ที่เป็นเมืองที่มีอากาศร้อน จำต้องศึกษาเล่าเรียนแนวทางของแสงสว่างให้ดีก่อนจัดตั้ง ช่องแสงสว่างหรือใส่ Skylight โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รอบๆ ที่จะใส่กระจกเป็นรอบๆกว้างไม่สมควรเบือนหน้าทางทิศตะวันตกหรือทิศใต้ เพราะเหตุว่าแสงสว่างที่มากเกินความจำเป็นอาจก่อให้ป่วยไข้ตาขณะทำอาหาร แล้วก็ทำให้บ้านร้อนจัดจนถึงจำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศกระทั่งสิ้นเปลืองค่าไฟฟ้าได้